การทำ SEO ด้วย 5 เทคนิคง่ายๆ ทำด้วยตัวเอง ไม่ต้องจ้างใคร

การทำ SEO ด้วย 5 เทคนิคง่ายๆ ทำด้วยตัวเอง ไม่ต้องจ้างใคร

5 เทคนิคการทำ SEO ง่ายๆ ที่สามารถเริ่มได้ทันที

  1. การตั้งชื่อบทความ หรือ Tilte เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
    ชื่อของบทความควรต้องสามารถบอกเนื้อหาหลักของบทความได้ทันที ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากเพราะเป็นส่วนแรกที่ทั้ง Google และผู้อ่านเห็นและจะทำความเข้าใจว่าบทความนี้พูดถึงอะไร ซึ่งโดยปกติชื่อบทความจะถูกนำไปแสดงบนผลการค้นหาด้วย นั่นจึงเป็นส่ิงสำคัญมากที่ชื่อของบทความควรจะต้องมี Keyword หลักที่เราต้องการให้เว็บไซต์ของเราไปแสดงผลเวลามีคนค้นหาคำๆนั้น ยกตัวอย่างเช่นเวลามีคนค้นหาความว่า “ติดตั้ง Google tag manager” ในชื่อบทความก็ควรจะต้องมีคำนี้รวมอยู่ด้วย เทคนิคที่สำคัญอีกอย่างในการตั้งชื่อชื่อบทความคือ จะต้องสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของผู้อ่านมากที่สุด คือเมื่ออ่านชื่อบทความแล้วต้องทำให้รู้สึกอยากคลิ้กเข้าไปอ่านต่อ จากตัวอย่างด้านล่างจะเห็นว่า ชื่อบทความที่แสดงผลอยู่จะมี keyword ที่ถูกค้นหารวมอยู่ด้วย

    google-search-result
    ชื่อบทความจะแสดงผลอยู่ในผลการค้นหา การตั้งชื่อบทความจึงควรจะต้องมีคึย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับคำค้นหารวมอยู่ด้วย
  2. ย่อหน้าแรกควรต้องมี Keyword หลักของเนื้อหา
    เช่นเดียวกันกับข้อหนึ่ง ส่วนนี้เป็นส่วนแรกๆ ที่ผู้อ่านและ Google จะเห็นและทำความเข้าใจเนื้อหาหลักได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเป็นเนื้อหาที่เจาะเข้าประเด็นหลักของบทความและมีความน่าสนใจที่จะชวนให้ติดตามอ่านต่อจนจบให้ได้ ส่วนนี้สำหรับคนที่สร้างเว็บไซต์จาก WordPress ถือว่ามึความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ย่อหน้าแรกมักจะถูกนำไปแสดงอยู่บนผลการค้นหาด้วย (ดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่ามี Keyword รวมอยู่ในรายละเอียดใต้ชื่อบทความ) ดังนั้นแล้วทั้งข้อ 1 และ 2 นี้มีผลโดยตรงกับความน่าสนใจของบทความ ผู้ที่ค้นหาจะคลิ้กเข้าไปอ่านบทความหรือไม่นั้น สองส่วนนี้มีความสำคัญมากที่สุด
  3. ความยาวของเนื้อหา 
    ส่วนนี้ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะเวลาที่ใช้อ่านบนเว็บไซต์นั้นมีผลต่ออันดับด้วย การมีเนื้อหาที่ดีนั้นโดยปกติก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้ที่มีความยาวแค่ 10 หรือ 20 บรรทัดอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญสำหรับเนื้อหาที่มีความยาวนั่นก็คือ จะต้องยาวแบบมีคุณภาพด้วย ไม่ใช่ยาวแบบน้ำท่วมทุ่ง วกไปวนมา อ่านไม่รู้เรื่อง ในผลการวิจัยต่างประเทศนั้นมีตัวเลขที่ชัดเจนว่าส่วนใหญ่เว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรก มักจะมีเนื้อหาที่มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 1,890 คำ

    word-count-seo-ranking
    ช้อมูลจากเว็บไซต์ http://backlinko.com/ แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์ที่อยู่ในผลการค้นหาหน้าแรกมีความยาวเฉลี่ยที่ 1,890 คำ
  4. การมี Link ไปยังบทความอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ 
    การทำ SEO มักจะพูดกันแต่การทำ Backlink (inbound link) แต่จริงๆ แล้วการลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันกับเนื้อหาในเนื้อนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรทำ เพราะนอกจากจะทำให้ User ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแล้ว Google เองยังสามารถที่จะเข้าใจบริบทของเนื้อหาบนเว็บไซต์เราได้ดียิ่งขึ้นด้วย
  5. การตั้งชื่อไฟล์ภาพ และการเพิ่ม Caption หรือ Alt text ให้กับรูปภาพทุกรูป
    เนื่องจาก Google ยังไม่สามารถทำความเข้าใจความหมายของรูปภาพได้ ดังนั้นการตั้งชื่อไฟล์ภาพ การใส่ชื่อภาพ และคำขยายความของภาพจึงเป็นเรื่องทำสำคัญที่จะทำให้ Google เข้าใจว่าเรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เทคนิคที่คนทำ SEO ส่วนใหญ่ทำกันคือ การใส่ Keyword ของหน้าๆ นั้นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคำขยายความภาพด้วยเพื่อเป็นการทำให้มีปริมาณ Keyword ในหน้านั้นหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ข้อดีอีกอย่างของการใส่ Caption และ Alt text นั้นก็คือจะทำให้ภาพนั้นอยู่ในผลการค้นหาแบบ Image ได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ จากตัวอย่าง ลองค้นหาคำว่า “ติดตั้ง google tag manager” ก็จะมีภาพจากเว็บไซต์ googleanalyticsthailand ไปแสดงผลอยู่ด้วย

    google-image-search-result
    การใส่คีย์เวิร์ดใน caption ของรูปภาพจะมีส่วนช่วยให้ภาพนั้นมีโอกาสแสดงในผลการค้นหาแบบ Image มากขึ้น

โครสร้างเว็บไซต์ เนื้อหาบนเว็บไซต์ และลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆ ถือเป็นสามปัจจัยที่สำคัญมากในการทำ SEO ซึ่งแต่ละส่วนก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีก แต่ส่วนที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดและอยากจะเน้นย้ำทิ้งท้ายไว้ตรงนี้อีกครั้ง และมั่นใจว่า Google เองก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน นอกจากทั้งสามส่วนที่กล่าวมาแล้ว นั่นก็คือเรื่อง “User” ที่เข้ามาในเว็บของเรานั่นเอง สิ่งหนึ่งที่ผมเองเชื่อมาตลอดคือ ถ้า user เข้ามาในเว็บของเราแล้วได้รับประสบการณ์ที่ดี เช่น เว็บไซต์โหลดเร็ว รองรับการแสดงผลบนมือถือ รวมถึงได้อ่านเนื้อหาที่มีประโยชน์ ชอบเนื้อหาและข้อมูลในเว็บไซต์ของเราแล้ว Google เองก็จะชอบด้วย เพราะโดยหลักการแล้ว Google ย่อมต้องการที่จะส่งมอบเนื้อหาที่ดีที่สุดให้กับคนที่ใช้โปรดักส์ Search ซึ่งเป็นจุดเด่นของโปรดักส์ตัวนี้ การส่งมอบเนื้อหาของเว็บไซต์ที่สร้างประสบการณ์แย่ๆ ให้กับผู้อ่านย่อมเป็นการ Discredit ตัวเอง ดังนั้นการทำ SEO ที่ดีเราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญกับ User มากพอๆกับ Search Engine ด้วย

 


 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://googleanalyticsthailand.wordpress.com/2015/12/15/seo-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

About the author

Support Dept administrator